ถ้าฟุตบอลมีโหมด “ไม่ผ่อนคันเร่ง” เกมนี้คือคำตอบแบบชัดเจน เรือใบ เดินหน้าสร้างแรงสั่นสะเทือนในถ้วย เอฟเอ คัพ หลังเปิดบ้านจบสกอร์ แมนซิตี้ 10 – 1 เอ็กเซเตอร์ ไม่ใช่แค่ผ่านเข้ารอบ แต่ยังเป็นการ “ทาบสถิติระดับตำนาน” ที่ยืนยงมานานหลายทศวรรษ ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่แค่เกมบอล แต่มันคือการประกาศศักดาว่า เรือใบสีฟ้า ยังโหดไม่เลิก และพร้อมเดินหน้าล่าความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
16 นัดติดในบ้าน เอฟเอ คัพ สถิติที่พูดแทนความโหด
ชัยชนะเกมนี้ส่งให้แมนซิตี้กลายเป็นทีมจากลีกสูงสุดทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ที่ชนะเกมเหย้าเอฟเอ คัพ ติดต่อกันถึง 16 นัดรวด เทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล ซึ่งเคยทำไว้ระหว่างปี 1939–1955 ที่น่าสนใจคือ ในช่วง 16 นัดดังกล่าว แมนซิตี้ยิงรวมไปถึง 75 ประตู หรือเฉลี่ย 4.7 ประตูต่อเกม

ตัวเลขที่ไม่ได้มาจากความฟลุก แต่คือผลลัพธ์ของระบบทีมที่เดินเครื่องเต็มสูบทุกนัด ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร และผลงานล่าสุดคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ลิเวอร์พูล ในเวทีพรีเมียร์ลีก ยิ่งแสดงให้เห็นว่านี้คือสถิติที่ออกมาดีมากสำหรับ เรือใบ ในฤดูกาลนี้
แมนซิตี้ 10 – 1 เอ็กเซเตอร์ สกอร์นี้ปลุกสถิติที่หายไปเกือบ 40 ปี
ดูบอลย้อนหลัง รายการนี้คลิก นอกจากสถิติชนะในบ้านแล้ว เกมนี้ยังทำให้แมนซิตี้กลายเป็นทีมจากลีกสูงสุดอังกฤษทีมแรกในรอบกว่า 39 ปี ที่ยิงอย่างน้อย 10 ประตูในเกมอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ ทีมสุดท้ายที่ทำได้คือ ลิเวอร์พูล ซึ่งเคยถล่ม ฟูแล่ม 10-0 ในศึก ลีก คัพ เมื่อปี 1986การที่แมนซิตี้ปลุกสถิตินี้กลับมาได้ แสดงให้เห็นชัดว่าเกมรุกของพวกเขาไม่ได้แค่ “ดุดัน” แต่ยังมีคุณภาพและความต่อเนื่องในระดับสูงสุด
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับมาตรฐานที่ไม่เคยลด
เบื้องหลังความโหดทั้งหมด ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากแนวคิดของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ปลูกฝังให้ทีมเล่นทุกเกมแบบจริงจัง ไม่เลือกเวที ไม่ดูชื่อชั้นคู่แข่ง ตัวเต็งแชมป์ เอฟเอคัพ 2025 – 2026 มีเปอร์เซ็นต์ไม่หลุดมือ

สิ่งที่เห็นชัดในยุคเป๊ป
- ระบบทีมชัด ต่อบอลแม่น ไม่มีเล่นตามอารมณ์
- หมุนเวียนนักเตะได้ แต่คุณภาพไม่ตก
- เกมถ้วยไม่ใช่แค่ผ่านรอบ แต่ต้องชนะให้ขาด
แนวคิดนี้เองที่ทำให้แมนซิตี้ไม่ได้เป็นทีมที่พีคเป็นช่วงๆ แต่คือทีมที่รักษามาตรฐานความโหดได้ยาวนาน
เอฟเอ คัพ ปีนี้ เรือใบไม่ใช่แค่ตัวผ่านทาง
ชัยชนะ 10-1 เหนือเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ คือมากกว่าสกอร์ขาดลอย มันคือข้อความถึงทุกทีมในอังกฤษว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้มาเอฟเอ คัพ เพื่อแค่ “ลองทีม” แต่พร้อมลุยจริงทุกนัด เมื่อสถิติในตำนานถูกทาบ และฟอร์มยังพุ่งไม่หยุด คำถามจึงเหลือแค่ว่า… ใครจะกล้าขวางเรือใบสีฟ้าในเส้นทางถ้วยเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษใบนี้?

